| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
คอมพิวเตอร์ในอีกสัก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรกันคอมพิวเตอร์ในอีกสัก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรกันต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้ตามเรื่องฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์สักเท่าไร ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเปลี่ยนไปเร็วจนขี้เกียจตาม พึ่งจะมาตามอ่านบ้างเมื่อสองสามเดือนที่ผ่านมานี่เอง เพราะรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้น กับศัพท์แสงทางคอมพิวเตอร์ที่มีปรากฏบน Webboard ทางด้านคอมพิวเตอร์ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้าจะปล่อยไว้ไม่ตามดูเสียเลยก็คงจะตกยุคเป็นแน่ และคิดว่าต้องรู้ๆไว้บ้าง เผื่อจะต้องซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มาแทนเครื่องเก่าที่ใช้มามากกว่า 5 ปีซึ่งถึงจุดหนึ่งมันก็ต้องเสียในที่สุด หลังจากได้อ่านบทความจาก web คอมพิวเตอร์ต่างประเทศมาระยะหนึ่งก็ ขอคาดเดาทิศทางไว้ดังนี้ ผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยไว้ในที่นี้ ทางด้านฮาร์ดแวร์ก็น่าจะพัฒนาขึ้นไปอีกจนต้องเข้าสู่ยุคใหม่ที่ต้องนำ เทคโนโลยีทางแสง (Optic) เข้ามาใช้ในการประมวลผลข้อมูล และการสื่อสาร ระหว่างอุปกรณ์ภายในเมนบอร์ด กันซะทีซึ่งจะทลายข้อจำกัด ในเรื่องความเร็ว ในการประมวลผลของเครื่องไปได้อีกมาก เพราะ CPU ตอนนี้ยังคงทำจากสาร กึ่งตัวนำ ซึ่งมีการสูญเสียจากความต้านทานภายในมาก ยิ่งความถี่สูงค่าความ ต้านทานแบบ impedance ในวงจรก็จะสูงขึ้นด้วย ดังนั้นการจะเร่งความเร็ว clock ขึ้นไปอีกก็ทำได้ยาก ใกล้จะถึงขีดจำกัดแล้ว ดังนั้นทางที่ใช้กันอยู่ตอนนี้ก็คือ รวมหัว CPU หลายๆหัวเข้าด้วยกันเป็น dual-core, multiple-core CPU อย่างที่ เห็นในปัจจุบัน ยิ่งมีจำนวนทรานซิสเตอร์มากก็ยิ่งร้อน ผลิตยาก และแถมยังไว ต่อสัญญาณรบกวน Noise ต่างๆอีกด้วย ดังนั้น CPU ที่มีฐานมาจากสารกึ่งตัวนำ น่าจะไปไม่รอดในเร็วๆนี้ โดยมีอีกเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนความคิดว่าไปไม่รอด ก็คือเทคโนโลยีที่จะช่วยยืดอายุการใช้เทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำ คือการพัฒนา สารตัวนำยิ่งยวด(ความต้านทาน เป็น 0) ที่อุณหภูมิใช้งานห้องปกติ ยังไม่คืบ หน้าไปเท่าไร ล่าสุดเห็นว่าทำได้ที่อุณภูมิ 150 Kelvin (ประมาณ -123 องศา C ถ้าผมคำนวณไม่ผิด) แล้ว (http://www.superconductors.org) ทางออกทางหนึ่งที่จะเอาชนะข้อจำกัดก็คือเทคโนโลยีทางด้าน Optic เอามาทำเป็น optical processor ล่าสุดก็มีข่าวมาว่ามีการผลิตต้นแบบมาแล้ว โดยความเร็ว การประมวลผลของมันอยู่ที่ 8 te-ra ops เป็นชิพประมวลแบบ DSP (Digital signal processing) ใช้คำนวณงานเฉพาะด้านไม่ใช่ CPU ทั่วๆไปอย่างที่เราใช้ กันในปัจจุบัน รายละเอียดของเรื่องนี้ลองอ่านที่ http://www.theregister.co.uk/2003/10/31/israelis_ship_eight_teraops_ optical/ ดูนะครับเพราะผมไม่ได้ลงรายละเอียด ในเมื่อ CPU เร็วขึ้น บัสต่างๆบนเมนบอร์ดก็ต้องเปลี่ยนจากลายทองแดงไปเป็น optic fibre กันหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคอขวด ขนาดของเครื่องก็น่าจะเล็กลง เหลือเท่า PDA หนาๆสักตัวในตอนนี้เพราะการ design วงจรด้วย optic fibre ประหยัดเนื้อที่กว่า และใช้พลังงานน้อยกว่า ระบบ input - output ก็คงจะต้องเปลี่ยนไปด้วยเพราะ CPU เร็วขึ้นอีกหลายร้อย เท่าตัว บางทีเราอาจจะได้ใช้การออกคำสั่งด้วยเสียงแทนการพิมพ์ การใช้เมาส์ แล้วในตอนนั้น จอภาพก็อาจจะลดขนาดลงเป็นแบบแว่นตา หรือส่งตรงไปที่ contact-lens เพื่อไปรวมแสงที่เรติน่าโดยตรงแบบที่เราเห็นในหนัง Sci-fi ก็ได้ แต่ผมว่าคงจะยังไม่ได้ใน 5 ปีข้างหน้า เอาเป็นแค่แว่นตาก่อนก็แล้วกัน ระบบปฏิบัติการหรือ OS ในอนาคตอีก 5 ปีจะเป็นอย่างไร ผมมองว่าถึงตอนนั้น เราคงไม่ได้สนใจเรื่อง OS กันแล้วว่าจะเป็น windows หรือ linux หรือ macOS กัน เพราะแนวโน้มใหม่ที่มาแรงก็คือ การทำ Virtual PC หลายๆเครื่องบน Hardware เครื่องเดียว ซึ่งผมได้แนะนำ VMWare ไปในบทความของผมก่อน หน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง ในเรื่องจะเล่น web ให้ปลอดภัยได้อย่างไร Microsoft เองก็คงมองออกก็เลยส่ง โปรแกรม Virtual server ของตัวออก แจกฟรีเหมือนกันแต่ใช้ได้กับ Windows เท่านั้น นอกจากนั้นก็มี XEN ที่รันบน Linux อย่างเดียว และสุดท้ายคือ VMWare นั้นแจกฟรีให้ใช้ทั้งที่รันบน WindowsXP หรือ Linux ก็ได้ ดังนั้นผมว่า OS - Linux น่าจะมีภาษีกว่าเพราะ ฟรี โดยจะทำหน้าที่เป็น Core OS ของเครื่อง แล้วมี Virtual PC อีกหลายๆเครื่องวิ่งบนมันอีกทีซึ่งขึ้นกับว่า จะ ใช้ Virtual PC server ยี่ห้ออะไร ตอนนี้ VMWare มีภาษีดีกว่าเพราะทำทั้ง Windows และ Linux โปรแกรม Application ที่จะถูกเขียนขึ้นต่อไปในอนาคต ก็คงจะไม่พ้นพวก Web Application ที่ไม่ต้องลงบนเครื่องแต่ต้อง Online กับโปรแกรม Application ที่ เขียนขึ้นมารันบน Virtual PC โดยเฉพาะ ที่เรียกว่า Appliance โปรแกรมเดิมที่ เขียนไว้บน Linux หรือ Windows ถ้าเอามาแปลงเป็น Appliance แล้วก็ สามารถรันด้วยกันได้ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ การแข่งขันในตลาดซอฟท์แวร์ จะดุเดือดกว่านี้อีกเยอะ จะไม่ใช่การขายขาดแต่เป็นการขาย Service ขาย Air-time มากกว่า เนื่องจากความเร็ว CPU เร็วขึ้น โปรแกรมจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่คอยแต่จะรับคำ สั่ง ก็จะกลายเป็นโปรแกรมที่วิเคราะห์ลักษณะการใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละคน แล้วคาดการณ์ล่วงหน้าว่าผู้ใช้ต้องการอะไรมันจะจัดหาข้อมูลมารอให้ก่อน แล้วกรองที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป Artificial intelligence (AI) ในรูปแบบของ ระบบผู้เชี่ยวชาญ expert-system ซึ่งข้อมูลก็หามาจากเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน ทั่วโลก ความเป็นส่วนตัวของเราอาจจะหายไปถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ดี เรามาดูกันว่าอีก 5 ปีจะเป็นแบบที่ว่านี้หรือเปล่า ธเนศ { Last Page } { Page 87 of 153 } { Next Page } |
About MeMy Profile Archives Friends My Photo Album
LinksSCIFIMy Software My Web Nontaburi-Astrology CategoriesTechnologiesGeneral Astrology My Mission Green SCI-FI Recent Entriesกลับบ้าน พักใจ เติมพลังใจให้ชีวีอะไรคือการแลกเปลี่ยนไฟล์จาก torrent พวกท่านทำอะไรกัน รางวัลติดปลายนวม ควรเปลี่ยนได้แล้วหรือยัง FreeCommander โปรแกรมจัดการไฟล์ที่น่าสนใจ Friends |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||